ซีรี่ย์เกาหลี Dinner Mate ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม

ซีรี่ย์เกาหลี Dinner Mate ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม โอปป้ามาอีกแล้วจ้ะ ซงซึงฮอน นี่ขึ้นแท่นสามีแห่งชาติมานานนม เล่นเรื่องไหนก็ตามดูเรื่องนั้นแหละ เรื่องนี้มาในบทของจิตแพทย์งานดี หล่อวัวตายควายล้มที่ MBC ภูมิใจนำเสนอ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนยอดนิยมในเว็บตูน Shall We Eat Dinner Together? (저녁 같이 드실래요?) เขียนโดย พัคชีอิน

ซีรีส์เล่าเรื่องราวของคน 2 คน ที่ต่างมีประสบการณ์ความรักที่เจ็บปวดในอดีต คิมแฮคยอง (ซงซึงฮอน) จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญและวิเคราะห์โรคทางจิตเภชได้จากอุปนิสัยการรับประทานอาหาร แต่ก็มีปมเรื่องความรักเพราะถูกเทแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว อูโดฮี (ซอจีฮเย) โปรดิวเซอร์จากบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ ที่ถูกเทซ้ำเทซ้อน จนหมดหวังเรื่องความรักอย่างสิ้นเชิง สองคนเจอกันในเหตุการณ์ฉุกละหุก แล้วก็มีเหตุให้ทั้งคู่ต้องช่วยเหลือกันจนรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย สุดท้ายก็มาลงเอยที่ฝ่ายชายบอกว่า “ทานข้าวเย็นด้วยกันไหมครับ”

มันเป็นอะไรที่ดีงามมากนะคะถ้ามีจิตแพทย์ที่บำบัดอาการของผู้ป่วยด้วยวิธีการนี้จริง ๆ (หรือในชีวิตจริงจะมีก็ไม่รู้นะ) ซีรีส์เล่าว่าพระเอกเป็นจิตแพทย์ที่ช่างสังเกตและมีใจอารี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ คิมแฮคยอง จิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ขึ้นชื่อว่าหล่อเหลาแต่เก็บตัว เขาจะบำบัดให้กับคนไข้ด้วยการนัดทานข้าวกัน หรือไม่ก็เที่ยวได้สังเกตอาการของคนบนโต๊ะอาหารแล้ววิเคาระห์พฤติกรรมที่ส่งผลจากภายในออกมาสู่ภายนอก ถ้าพบเห็นสัญญาณอันตรายที่ส่งผ่านออกมาก็จะแปลงร่างเป็นฮีโรเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ได้แปลงร่างจริง ๆ นะ แค่เป็นพระเอกในจอเข้าไปเยียวยาคนเหล่านั้นเฉย ๆ

ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาพบกับ อูโดฮี (ซอจีฮเย) นางเอกของเรื่อง ที่โดนแฟนหนุ่มแทงข้างหลังมาต่อหน้าต่อตา พระเอกก็เข้าใจผิดคิดว่านางจะฆ่าตัวตาย ทำไปทำมาจากที่จะไปช่วยเขาตัวเองดันซวยซะเอง จนเป็นเหตุให้ต้องพักค้างคืนอยู่ด้วยกัน ทานข้าวเย็นมื้อแรกด้วยกันและด้วยพรหมลิขิตก็ทำให้สองคนได้มีโอกาสทานข้าวเย็นมื้อต่อ ๆ ไปด้วยกันอีก จนกลายเป็นความผูกพันแบบไม่รู้ตัว

รอมคอมสูตรสำเร็จที่แฝงข้อคิดแบบใช้ได้จริง
มีคำพูดกินใจหลายคำที่พระเอกมักจะพูดออกมาเตือนสติอีกฝ่าย “เวลาเกิดเรื่องไม่ดีคนส่วนมากจะคิดว่า มีแต่ตัวเองที่ไม่มีความสุข ถ้าคุณคิดแบบนั้นอย่าคิดเลยครับ เจ้าความสุขมันมีตา แต่ความทุกข์มันไม่มี มันก็แค่เลือกจิ้มใครแบบสุ่ม ๆ เท่านั้นเอง”

หรือแม้กระทั่งคำพูดที่เข้าอกเข้าใจคนไข้ที่กำลังรับการบำบัด “คู่รักที่กินข้าวด้วยกันทุกวันมีความสุขกว่าคู่รักที่นอนร่วมเตียงกันอีกนะครับ ได้มองหน้ากันแล้วกินข้าวกันสำคัญมากเลยนะครับ” จนทำให้รู้สึกว่าบทในส่วนนี้เขียนออกมาได้ดีและเข้ากับเนื้อเรื่องเอามาก ๆ

ซีรีส์ดำเนินไปในแบบสูตรสำเร็จ เป็นพล็อตดาษดื่นที่เราจะเห็นได้มากในซีรีส์เกาหลีที่เป็นโรแมนติกคอมเมดี้ หรือแม้กระทั้งละครไทยก็มีมากมายหลายเรื่องที่เป็นพล็อตลักษณะนี้ ขำ ๆ ฟิน ๆ ดูแล้วยิ้มไปหัวเราะไปเพลิน ๆ พระเอกนางเอกมีปม อกหักรักคุด โดนเทมาอย่างไม่ยุติธรรม ทั้งปมทางบ้านและปมความรักหนุ่มสาว สองคนมาเจอกันพร้อมจะเติมเต็มและเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะมีตัวมารเข้ามาแทรก เรื่องนี้มารสองตัวน่าหมั่นไส้มากค่ะ

จองแจฮยอก (อีจีฮุน) นักข่าวเชี่ยวชาญด้านวงการแพทย์ อดีตคนเคยรักของ อูโดฮี ที่เทกันไปดื้อ ๆ เพียงเพราะจะไปเรียนต่อ เรียนจบกลับมาก็จะมาขอคืนดีกันหน้าตาเฉย ผมผิดไปแล้วซารังฮัมนีดา ส่วนทางด้าน จินนาอึน (ซนนาอึน) ฟิตเนสเทรนเนอร์สาวสวยที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ คนรักเก่าของ คิมแฮคยอง ที่เทกันไปแบบหันหลังฉับ ก็กลับมาพร้อมด้วยท่าทางแสนหยิ่ง ฉันจะกลับมารักกับพี่เหมือนเดิม เพราะเราคู่กัน อะไรว้าาา แล้วก็ดื้อด้านจะเอา ๆ กันทั้งสองคน ซึ่งบทแบบนี้ที่ตัวอิจฉาโผล่มาขัดตาทัพมีให้เห็นมากมาย แต่แปลกอยู่ตรงที่ในเรื่องนี้ มันมีความสมูทจนไม่รู้สึกถึงความน้ำเน่าใดใดเลย (หรืออาจเป็นเพราะความลำเอียงเป็นติ่งพระเอกของป้าข้างบ้านก็เป็นได้)

ต้องแสดงความยินดีกับ ซอจีฮเย ด้วยจริง ๆ ค่ะ ที่โลดแล่นในวงการมาก็นานนม เล่นซีรีส์มาก็หลายเรื่องคราวนี้ก็ได้เป็นนางเอกกับเขาซะที แล้วเธอก็ทำได้ดีในบทนี้ซะด้วยสิกับการพลิกบทบาทจากสาวยิ้มยาก มาเป็นสดใสร่าเริง มีคาแรกเตอร์ที่ชวนขำ พอมาประกบคู่กับ ซงซึงฮอน ก็บังเกิดเคมีที่เข้ากันปั๊วะป๊ะ ลงล็อกอย่างหน้าตาเฉย เพราะโอปป้าของเรานี่เล่นบทไหนก็ตีบทแตกเมื่อนั้นอยู่แล้วละนะ ดูไปใจก็บางไปค่ะบอกตรง ๆ

เมื่อพล็อตเรื่องเป็นที่ชินหูชินตา การดำเนินเรื่องก็เป็นไปในแบบฉบับรอมคอมดี ๆ เรื่องหนึ่ง พระ-นาง จึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องที่จะทำให้คนติดตาม ซึ่งทั้งคู่ก็ทำให้เรื่องราวต่าง ๆ น่าสนใจและส่งแรงเชียร์ไปได้เรื่อย ๆ ว่าตกลงสองคนนี้จะรู้จักชื่อกันที่ Ep ไหนกันแน่นะ จะรักกันยังไง แล้วคู่รองที่เป็นตัวมารจะกระเด็นออกไปจากชีวิตในทิศทางไหนและปมมืดดำภายในใจของสองคนนี้ จะถูกขจัดปัดเป่าไปได้ด้วยความรักที่สองคนมีให้กันอีท่าไหนกันแน่

ข้อคิดต่าง ๆ ที่สอดแทรกเข้ามาในเรื่องก็เป็นข้อคิดที่สามารถเอามาใช้ได้จริงซะด้วยนะ ดูไปเถอะค่ะแล้วค่อย ๆ จับใจความที่พระเอกพูด แต่มันก็มีมุมมองที่สะท้อนออกมาได้อีกว่า จิตแพทย์ที่เข้าอกเข้าใจใคร ๆ ไปซะหมด ก็มีมุมมืดที่ไม่เข้าใจแม้แต่ตัวเองและอภัยให้เรื่องราวในอดีตได้ยาก จนต้องการใครสักคนมาช่วยเยียวยา หมอก็คนอ่ะเนอะ เราป่วยได้ก็ใช่ว่าหมอจะห้ามป่วย

About the author